FBS ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16

ปลดล็อกของรางวัลวันเกิด: ตั้งแต่แก็ดเจ็ตและรถในฝันไปจนถึงทริป VIPเรียนรู้เพิ่มเติม
เปิดบัญชี
เปิดบัญชีล็อกอิน
เปิดบัญชี

17 มี.ค. 2025

กลยุทธ์

วิธีการเทรดด้วยรูปแบบแผนภูมิเพชร

Cover_(Main).jpg

รูปแบบกราฟรูปเพชรคืออะไร?

รูปแบบกราฟ Diamond หรือรูปแบบกราฟรูปเพชรคือรูปแบบการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ถูกใช้โดยทั่วไปในการหาการกลับตัวของแนวโน้ม มันเป็นรูปแบบที่พบได้ยากมาก มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ราคาเริ่มราบเรียบหลังการวิ่งอย่างคงที่ของแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง ซึ่งทำให้รูปร่างเพชรปรากฏขึ้นบนกราฟ

ในบทความนี้ คุณจะพบคำตอบของคำถามต่างๆดังต่อไปนี้:

  • รูปแบบกราฟรูปเพชรคืออะไร?
  • พวกมันเกิดขึ้นตอนไหน?
  • ความแตกต่างระหว่างรูปแบบกราฟ bullish diamond และ bearish diamond มีอะไรบ้าง?
  • คุณจะรวมรูปแบบกราฟรูปเพชรเข้ากับกลยุทธ์การซื้อขายของคุณได้อย่างไร?

รูปแบบกราฟรูปเพชรในการเทรด

รูปแบบ diamond นั้นเป็นรูปแบบกราฟสุดคลาสสิก แต่มันจะปรากฏขึ้นไม่บ่อยเท่ารูปแบบ flag, head-and-shoulders และ rectangle มีโอกาสไม่มากนักในการที่จะได้เทรดรูปแบบกราฟรูปเพชร แต่เทรดเดอร์สายเทคนิคควรทำความคุ้นเคยกับรูปแบบนี้ เนื่องจากมันจะให้โอกาสที่ดีในการเทรด หากจำแนกมันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

รูปแบบกราฟรูปเพชรมักจะเกิดขึ้นหลังจากช่วงที่แนวโน้มได้ขยายตัวออกไปแล้ว ในช่วงตลาดกระทิง จะเกิดรูปแบบ diamond top หรือ bearish diamond เนื่องจากราคาจะกลับตัวแล้วเริ่มเคลื่อนไหวลงด้านล่างหลังเกิดรูปแบบนี้ ในทางกลับกัน ในขาลงจะเกิดรูปแบบ diamond bottom หรือ bullish diamond เนื่องจากราคาจะเริ่มกลับตัวขึ้นหลังจากที่รูปเพชรปรากฏขึ้นในแนวโน้มขาลง

รูปแบบกราฟรูปเพชรนั้นเกิดไม่บ่อยเท่าไหร่เพราะมันใช้เวลานานมากในการก่อตัว โดยก่อนอื่นเลย มันควรสร้างเส้นแนวรับและแนวต้าน ซึ่งทั้งสองเส้นก็จะทำมุมอันแข็งแกร่งแยกออกจากกันบนฐานเส้นแนวนอน จากนั้นค่อยกลับมาบรรจบกันอีกครั้งจนเกิดเป็นโครงสร้าง ผลที่ได้คือรูปทรงเพชรนั่นเอง นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ

กราฟด้านล่างจะแสดงรูปแบบรูปเพชรบนกราฟ GBPUSD ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2019

TH_image_01.jpg

ในความเป็นจริง รูปแบบจะไม่สวยไม่เป๊ะเหมือนในแผนภาพมากนัก แต่ถ้ารูปแบบสอดคล้องกับตรรกะของทั้งยอดสูงสุดและต่ำสุด และแลดูเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนไม่มากก็น้อย นั่นก็ถือว่าเป็นรูปแบบ diamond แล้วล่ะ

รูปแบบ Bearish diamond

รูปแบบต่างๆของ bearish diamond หรืออีกชื่อก็คือ diamond top ได้ถูกอธิบายไว้ในส่วนก่อนหน้านี้ เทรดเดอร์จะเห็นรูปแบบเป็นชุดของการแกว่งตัวขึ้นและลงของราคาที่คล้ายกับโครงสร้างของรูปแบบ head-and-shoulders

ไหล่ซ้ายและส่วนหัวจะสร้างเส้นแนวโน้มเส้นที่หนึ่ง และส่วนหัวและไหล่ขวาจะสร้างเแนวโน้มเส้นที่สอง เส้นแนวโน้มจะมาบรรจบกันในส่วนบนของรูปแบบ bearish diamond สำหรับส่วนล่าง เราจะเชื่อมต่อจุดต่ำสุดของการแกว่งตัวที่เป็นร่อง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นรูปตัว V

TH_image_02.jpg

ภาพประกอบด้านบนจะแสดงให้เราเห็นรูปแบบ bearish diamond อีกครั้ง กราฟนี้แสดงให้เห็นสัญญาณการเปิดคำสั่งซื้อตามการพุ่งทะลุในการเทรดตามโครงสร้างเพชรและระดับเป้าหมายของรูปแบบนี้ สัญญาณการเปิด short จะถูกเปิดโดยการพุ่งทะลุและปิดใต้เส้นล่างขวาที่ทแยงมุมขึ้นด้านบน

เทรดเดอร์บางรายก็รอแค่ให้ราคาทะลุลงใต้เส้นนี้แต่ไม่จำเป็นต้องปิดใต้มัน นี่ก็ถือว่าเป็นจุดเข้าที่เป็นไปได้ แต่ต้องระวังหน่อยเพราะมันจะให้สัญญาณหลอกมากกว่าการใช้เงื่อนไขที่รอให้ราคาพุ่งทะลุและปิดใต้เส้น

ราคาเป้าหมายของโครงสร้างจะถูกคำนวณโดยใช้วิธีการเคลื่อนไหวที่วัดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราต้องการวัดระยะทางจากยอดไปยังร่องภายในโครงสร้าง แล้วยิงระยะนั้นลงมาจากจุดที่มีการพุ่งทะลุ มันจะให้ระดับที่เราสามารถคาดหวังว่าความต่อเนื่องของแรงกราฟที่พุ่งทะลุออกมาจะเริ่มจางหายไปหรืออาจเกิดการกลับตัว ซึงมันจะเป็นระดับที่ควรเก็บกำไรหรือออกจากตลาด

รูปแบบ Bullish diamond

เดี๋ยวเรามาดูสิ่งที่ตรงกันข้ามกับรูปแบบ bearish diamond นั่นก็คือรูปแบบ bullish diamond รูปแบบ bullish diamond หรือที่เรียกว่า diamond bottom จะเกิดขึ้นหลังแนวโน้มขาลง ปกติแล้วเราจะเห็นการร่วงลงอย่างแข็งแกร่งของราคา แล้วจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงสะสมราคาที่มีการแกว่งตัวขึ้นและลงในรูปแบบ diamond bottom

ในกรณีนี้ ลักษณะที่ปรากฏจะคล้ายกับรูปแบบ inverted head and shoulders เราจะทำการเชื่อมต่อยอดและร่องภายในโครงสร้างด้วยวิธีการเดียวกันกับที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ เมื่อเราลากเส้นแนวโน้มสี่เส้นรอบๆโครงสร้างและมั่นใจว่าเส้นทั้งสี่มีขนาดพอๆกัน เราสามารถยืนยันได้ว่าโครงสร้างที่ได้จะเป็นรูปแบบ bullish diamond

TH_image_03.jpg

ดูที่ภาพประกอบของรูปแบบ diamond bottom ด้านบน เราจะเห็นว่าราคามีการเคลื่อนที่เป็นขาลงก่อนที่จะเกิดการก่อตัว โครงสร้างของรูปแบบเพชรจะถูกร่างขึ้นด้วยเส้นแนวโน้มบนสองเส้นที่ทแยงมุมลงและเส้นแนวโน้มล่างสองเส้นที่ทแยงมุมขึ้น

การทะลุและปิดเหนือเส้นบนขวาที่ทแยงมุมลงจะให้สัญญาณการเปิดตำแหน่ง long และขอย้ำอีกครั้งว่า ควรรอให้ราคาทะลุออกไปจริงๆและปิดเหนือเส้น ไม่ใช่แค่ดูว่ามันทะลุเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันสัญญาณหลอกและการเคลื่อนไหวของราคาที่อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณนี้

ในการคำนวณราคาเป้าหมายฝั่งบน เราจะทำการวัดค่าสูงสุดและค่าต่ำสุดภายในโครงสร้างที่ปิดแล้ว เมื่อเราคำนวณระยะห่างนี้และวาดลงบนแกราฟแล้ว เราจะลากเส้นระยะห่างที่เท่ากันนี้จากจุดที่มีการทะลุขึ้นไปด้านบนซึ่งปลายทางก็จะเป็นระดับเป้าหมายที่เราต้องการ เมื่อราคาถึงระดับนี้ เราควรพิจารณาปิดตำแหน่งทั้งหมดหรือปิดส่วนใหญ่แล้วถือส่วนเล็กๆต่อหากจำเป็น

รูปแบบเพชรต่อเนื่องคืออะไร?

แม้ว่ารูปแบบกราฟ diamond จะถูกนำไปใช้เพื่อหาการกลับตัวกันอย่างกว้างขวาง แต่มันก็สามารถสร้างความประหลาดใจให้กับเทรดเดอร์ได้เช่นกัน ไม่ใช่ว่ารูปแบบเพชรทั้งหมดจะเป็นรูปแบบที่เปลี่ยนทิศทางของแนวโน้ม ดังนั้นจำเป็นต้องจำไว้ว่ารูปแบบเพชรต่อเนื่องก็มีอยู่เช่นกัน

รูปแบบเพชรต่อเนื่องจะเกิดขึ้นเมื่อราคาทำลายช่วงสะสมราคาแล้วพุ่งต่อไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้ม เช่นเดียวกับรูปแบบเพชรกลับตัว ราคาจะสร้างยอดสูงๆต่ำๆ แต่จากนั้นก็จะจำกัดช่วงให้แคบลง แล้วอีกซักพักก็จะกลับมาอยู่ในทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลัก

TH_image_04.jpg

นอกจากนี้ รูปแบบเพชรต่อเนื่องก็จะใช้เวลามากในการพัฒนาและสร้างรูปทรง ดังนั้นคุณจึงมีเวลามากพอที่จะใช้วิธีและเครื่องมืออื่นๆเพื่อดูว่าแนวโน้มจะกลับตัวหรือไม่ หรือราคาจะดำเนินต่อไปในทิศทางเดียวกัน

หลุมพรางของรูปแบบ Diamond

น่าเสียดายที่ไม่มีรูปแบบใดที่สามารถทำนายการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดได้อย่างแม่นยำ 100% รูปแบบกราฟรูปเพชรก็ไม่สามารถทำนายการกลับตัวของแนวโน้มได้เสมอไป บางครั้งราคาสามารถทะลุออกและเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดิมได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรอการยืนยันการกลับตัวหรือใช้วิธีอื่นเพื่อให้เห็นโมเมนตัมชัดขึ้น

ตัวอย่างเช่น หนึ่งในเครื่องมือที่มักจะถูกใช้ในกรณีเช่นนี้คือออสซิลเลเตอร์ มันสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าสินทรัพย์ถูกขายมากเกินไปหรือซื้อมากเกินไป อีกวิธีหนึ่งคือการใช้ตัวบ่งชี้ moving average และ Relative Strength Index การใช้เครื่องมือเหล่านี้กับรูปแบบกราฟรูปเพชรจะสามารถช่วยให้คุณเข้าใจทิศทางของการเคลื่อนไหวของราคาได้มากขึ้นและเห็นการทำลายแนวรับหรือแนวต้านที่อาจเกิดขึ้นได้

วิธีการล็อกกำไรจากรูปแบบ Diamond

เมื่อคุณพร้อมที่จะใช้รูปแบบเพชรให้เป็นประโยชน์ได้แล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยถึงวิธีการนำมันมาใช้งาน สิ่งแรกที่คุณต้องจำไว้คือการเคลื่อนไหวขั้นต่ำของราคาที่คุณคาดหวังได้จากรูปแบบนี้จะเท่ากับขนาดของรูปแบบ ดังนั้นหากต้องการทราบว่าคุณสามารถปิดตำแหน่งและเก็บกำไรได้ตอนไหน คุณต้อง:

  1. วัดระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดสัมบูรณ์และจุดต่ำสุดสัมบูรณ์ของรูปแบบ
  2. ลากเส้นด้วยความยาวเท่ากันที่ขอบของรูปแบบลงด้านล่าง (หลัง diamond top) หรือขึ้นด้านบน (หลัง diamond bottom)
  3. ทำเครื่องหมายที่ส่วนท้ายของเส้น - เป้าหมายขั้นต่ำจะอยู่ตรงนี้

เมื่อราคาทะลุระดับนี้ คุณสามารถปิดคำสั่งซื้อได้ หรือคุณจะรออีกซักหน่อยก็ได้เนื่องจากเส้นนี้อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเคลื่อนไหวของราคา และใช้วิธีการอื่น (เช่น volume-weighted moving average) เพื่อตรวจสอบว่ามีจุดออกที่เป็นไปได้หรือไม่

TH_image_05.jpg

กลยุทธ์การซื้อขายรูปแบบเพชร

เดี๋ยวเรามาโฟกัสกันที่การสร้างกลยุทธ์การซื้อขายด้วยรูปแบบเพชร เราได้เห็นแล้วว่ารูปแบบเพชรเกิดขึ้นทั้งในแนวโน้มขาขึ้นและขาลง เมื่อการเคลื่อนไหวขาขึ้นของราคาเกิดขึ้นก่อนรูปแบบเพชรมันจะถูกเรียกว่า diamond top ที่มาพร้อมกับอารมณ์อยากขาย เมื่อรูปแบบเพชรเกิดขึ้นหลังการเคลื่อนไหวขาลงของราคา มันจะถูกเรียกว่า diamond bottom ซึ่งมีความหมายแฝงของขาขึ้น

เราทราบดีว่ารูปแบบเพชรนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายในตลาดมากนัก ดังนั้น เราจึงไม่ต้องการเพิ่มตัวแปรต่างๆที่ช่วยในการกรองสัญญาณเข้าไปมากเกินไปในกลยุทธ์ เราจะพยายามทำให้มันเรียบง่ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยใช้เพียงแค่ price action ในกลยุทธ์การซื้อขายรูปแบบเพชรนี้

นี่คือกฎของการซื้อขายรูปแบบกราฟ diamond top:

  • แนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนจะต้องเกิดขึ้นก่อนการเกิดรูปแบบ diamond top
  • รูปแบบ diamond top ควรถูกระบุอย่างชัดเจนด้วยเส้นแนวโน้มสี่เส้นที่เชื่อมต่อถึงกัน และมีความยาวค่อนข้างใกล้เคียงกัน
  • เปิดคำสั่ง Sell ที่ราคาตลาดเมื่อมีการพุ่งทะลุและปิดต่ำกว่าเส้นแนวโน้มที่ทแยงมุมขึ้นใกล้จุดบรรจบของรูปแบบ
  • ขอแนะนำให้วาง Stop Loss ไว้ที่จุดสูงสุดของการแกว่งตัวล่าสุดก่อนถึงจุดพุ่งทะลุ
  • ระดับเป้าหมายจะถูกคำนวณตามการคำนวณการเคลื่อนไหวที่วัดได้ เราจะวัดระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดภายในโครงสร้าง และยิงลงมาจากจุดพุ่งทะลุ ระดับการคาดการณ์นี้จะทำหน้าที่เป็นจุดออกกำไร
  • คำสั่งซื้อนี้จะมีองค์ประกอบเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหากหลังจากผ่านไป 50 แท่งเทียนแล้ว ราคาไม่แตะทั้ง Stop Loss หรือระดับเป้าหมาย เราจะปิดคำสั่งซื้อทันที

TH_image_06.jpg

กฎการซื้อขายสำหรับรูปแบบกราฟ diamond bottom จะตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง:

  • ต้องมีแนวโน้มขาลงที่ชัดเจนก่อนที่จะเกิดรูปแบบ diamond bottom
  • การก่อตัวของ diamond bottom ควรถูกระบุอย่างชัดเจนด้วยเส้นแนวโน้มสี่เส้นที่เชื่อมต่อและมีความยาวค่อนข้างใกล้เคียงกัน
  • เปิดคำสั่ง Buy ที่ราคาตลาดเมื่อมีการพุ่งทะลุและปิดเหนือเส้นแนวโน้มที่ทแยงมุมลงใกล้จุดบรรจบของรูปแบบ
  • ขอแนะนำให้วาง Stop Loss ไว้ที่จุดต่ำสุดของการแกว่งตัวล่าสุดก่อนถึงจุดพุ่งทะลุ
  • ระดับเป้าหมายจะถูกคำนวณตามการคำนวณการเคลื่อนไหวที่วัดได้ เราจะวัดระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดภายในโครงสร้าง และยิงขึ้นไปจากจุดพุ่งทะลุ ระดับการคาดการณ์นี้จะทำหน้าที่เป็นจุดออกกำไร
  • คำสั่งซื้อนี้จะมีองค์ประกอบเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง ซึ่งหากหลังจากผ่านไป 50 แท่งเทียนแล้ว ราคาไม่แตะทั้ง Stop Loss หรือระดับเป้าหมาย เราจะปิดคำสั่งซื้อทันที

TH_image_07.jpg

วิธีการใช้รูปแบบกราฟรูปเพชรในการเทรด Forex

รูปแบบเพชรเป็นเครื่องที่ทรงพลังในการเทรด Forex แถมยังเอาไปใช้ในกลยุทธ์การเทรด Forex ของคุณได้ไม่ยาก เมื่อคุณเจอรูปแบบเพชรบนกราฟ นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ

  1. หาจุดเข้า รูปแบบเพชรสามารถใช้ในการทำนายการกลับตัวได้ทั้งขาขึ้นหรือขาลง หากคุณเห็นรูปแบบ bearish diamond ให้เปิด Sell ที่ระดับใต้รูปแบบ และถ้าคุณเห็นรูปแบบ bullish diamond ให้เปิด Buy เมื่อราคาอยู่เหนือมัน

  2. วาง Stop Loss ของคุณ. คำสั่ง Stop-loss จะช่วยให้คุณจัดการความเสี่ยงแลปิดคำสั่งซื้อของคุณแบบอัตโนมัติเมื่อราคาเปลี่ยนไปยังทิศทางที่คุณไม่ต้องการ สิ่งนี้มีประโยชน์สำหรับรูปแบบกราฟรูปเพชรเนื่องจากบางครั้งมันจะให้สัญญาณหลอก ดังนั้นสำหรับรูปแบบ bearish diamond ให้วาง Stop Loss ไว้เหนือรูปแบบ และสำหรับรูปแบบ bullish diamond ให้วาง Stop Loss ไว้ใต้รูปแบบ

  3. กำหนดเป้าทำกำไร. ดังที่เราได้กล่าวไปแล้ว การตั้งเป้าหมายกำไรนั้นง่ายมากๆ คุณต้องลากเส้นยาวเท่ากับความสูงของเพชรโดยวัดจากขอบของลวดลาย นี่จะเป็นราคาเป้าหมายขั้นต่ำที่คุณสามารถปิดคำสั่งซื้อได้

รูปแบบเพชร vs. รูปแบบ head-and-shoulders

เทรดเดอร์มักจะสับสนระหว่างรูปแบบเพชรกับรูปแบบ head-and-shoulders เนื่องจากทั้งสองมีรูปร่างที่คล้ายคลึงกัน แต่พวกมันก็มีความแตกต่างที่จะช่วยให้สามารถสามารถระบุได้ว่าคุณกำลังเห็นรูปแบบใด

  • รูปแบบ head and shoulders มีโครงสร้างที่แน่นอนและประกอบด้วยเส้นฐานที่มีสามยอด ยอดตรงกลางจะสูงที่สุด ในขณะที่สองยอดด้านข้างนั้นจะมีความสูงใกล้เคียงกัน แต่รูปแบบเพชรสามารถมีหลายยอดและร่องได้ และมีโครงสร้างที่ไม่เป๊ะเท่ารูปแบบ head-and-shoulders
  • จุดต่ำสุดของรูปแบบ head-and-shoulders จะอยู่บนเส้นเดียวกันที่เรียกว่าเส้น neckline หากราคาทะลุเส้น neckline ออกไปได้ มันจะบ่งชี้ถึงการกลับตัวของแนวโน้ม และถือเป็นจังหวะที่ดีในการเปิดคำสั่งซื้อ สำหรับรูปแบบเพชร จุดต่ำสุดหรือสูงสุดของรูปแบบจะไม่อยู่บนเส้นเดียวกัน ดังนั้นการวาดเส้น neckline ผ่านเส้นเหล่านี้จึงไม่สามารถทำได้

รูปแบบเพชร: ข้อดีและข้อเสีย

เช่นเดียวกับรูปแบบทั้งหมด รูปแบบเพชรก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี ได้แก่:

  • ก่อตัวบนกรอบเวลาใดก็ได้
  • ใช้ได้ทั้งในกลยุทธ์ทั้งตลาดกระทิงและตลาดหมี
  • เข้ากันได้กับทุกกลยุทธ์การซื้อขายการกลับตัว

ข้อเสียของรูปแบบเพชรคือ:

  • มองยากแถมตีความก็ยาก
  • นานๆเกิดที
  • ไม่มีประสิทธิภาพบนกรอบเวลาเล็กๆ
  • สามารถให้สัญญาณหลอกได้

ดังนั้น แม้ว่าคุณจะคิดว่าคุณพบเพชรในกราฟของคุณแล้ว อย่ารีบเร่งในการตัดสินใจ ลองใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆเพื่อให้แน่ใจว่าการกลับตัวกำลังจะเกิดขึ้น จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าคุณต้องการดำเนินการกับมันหรือไม่

ใช้รูปแบบเพชรกับคริปโตได้ไหม?

รูปแบบเพชรนั้นพบได้ทั่วไปในตลาด Forex แต่ยังสามารถนำไปใช้กับสินทรัพย์ประเภทอื่นได้อีกด้วย กราฟคริปโตรวมถึง แต่คริปโตนั้นแตกต่างจากสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ดังนั้นก่อนที่จะใช้รูปแบบเพชรกับคริปโต คุณต้องเข้าใจวิธีการทำงานของการเทรดคริปโต - การรู้ว่าสิ่งใดในตลาดคริปโตที่สามารถสร้างหรือทำลายการซื้อขายของคุณได้

สรุป

รูปแบบเพชรกลับตัวจะถูกพบได้ในตลาดการเงินทุกประเภท รวมถึงตลาดหุ้น, ตลาด Forexล ตลาดสกุลเงินดิจิทัล, และตลาดฟิวเจอร์ส รูปแบบเพชรจะไม่เหมือนกับรูปแบบกราฟสุดคลาสสิกอื่นๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือคุณต้องเข้าใจรูปแบบและสามารถจดจำมันได้ เนื่องจากเมื่อมันปรากฏขึ้น มันสามารถมอบโอกาสที่ดีเยี่ยมในการซื้อขายให้คุณได้

รูปแบบ diamond top ที่เกิดขึ้นหลังจากการพุ่งขึ้นของราคาในตลาด โดยปกติแล้วมันจะให้โอกาสในการซื้อขายสูงกว่ารูปแบบ diamond bottom ที่เกิดขึ้นหลังการร่วงลงของราคา คุณจะต้องทำการทดสอบด้วยตัวคุณเองเพื่อดูว่าแนวโน้มนี้ตรงกับตลาดที่คุณกำลังซื้อขายอยู่หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฉันสามารถเทรดรูปแบบเพชรในกรอบเวลาใดก็ได้หรือเปล่า?

รูปแบบกราฟรูปเพชรสามารถเกิดขึ้นในกรอบเวลาใดก็ได้ ดังนั้นในทางเทคนิคแล้ว คุณสามารถซื้อขายได้ในกรอบเวลาใดก็ได้ที่คุณต้องการ แต่มันจะมีความแม่นยำและเชื่อถือได้มากที่สุดเมื่อเกิดขึ้นในกรอบเวลาใหญ่ๆ เนื่องจากเพชรในกรอบเวลาเล็กๆมักจะให้สัญญาณหลอก

อันไหนแม่นยำกว่ากัน: diamond tops หรือ diamond bottoms?

รูปแบบ diamond tops จะปรากฏบ่อยกว่า diamond bottoms แถมมันยังมีความแม่นยำสูงกว่า แต่อย่างไรก็ตาม รูปแบบทั้งสองก็จะถูกนำมาใช้ในการหาการกลับตัวของแนวโน้ม

รูปแบบเพชรเป็นตัวบ่งชี้การกลับตัวที่เชื่อถือได้หรือเปล่า?

รูปแบบเพชรถือเป็นตัวบ่งชี้การกลับตัวที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีตัวบ่งชี้หรือเครื่องมือใดที่แม่นยำ 100% ดังนั้นการใช้ตัวบ่งชี้และวิธีการอื่นๆประกอบจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าการเคลื่อนไหวของราคาจะกลับตัว

รูปแบบเพชรใช้ได้ผลบ่อยแค่ไหน?

รูปแบบเพชรเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้การกลับตัวที่น่าเชื่อถือที่สุด แต่ด้วยความมันมองออกยาก เทรดเดอร์จึงไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้มัน

แบ่งปันกับเพื่อน ๆ:

เปิดบัญชี FBS

โดยการลงทะเบียน คุณได้ยอมรับเงื่อนไขของ ข้อตกลงลูกค้า FBS และ นโยบายความเป็นส่วนตัว FBS และยอมรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการซื้อขายในตลาดการเงินระดับโลก

FBS ณ สื่อสังคมออนไลน์

iconhover iconiconhover iconiconhover iconiconhover icon

ติดต่อเรา

iconhover iconiconhover iconiconhover iconiconhover icon
store iconstore icon
ดาวน์โหลดได้ที่
App Store
store iconstore icon
ดาวน์โหลดได้ที่
Google Play

การซื้อขาย

บริษัท

เกี่ยวกับ FBS

เอกสารทางกฎหมาย

ข่าวเกี่ยวกับบริษัท

สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้

ศูนย์ช่วยเหลือ

โปรแกรมพันธมิตร

เว็บไซต์นี้ดำเนินการโดย FBS Markets Inc. หมายเลขจดทะเบียน 000001317 ซึ่ง FBS Markets Inc. ได้รับการจดทะเบียนโดย Financial Services Commission ภายใต้พระราชบัญญัติอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ฯ 2021 (Securities Industry Act 2021) ใบอนุญาตเลขที่ 000102/31 ที่อยู่สำนักงาน: 9725, Fabers Road Extension, Unit 1, Belize City, Belize

โดย FBS Markets Inc. ไม่ได้ให้บริการทางการเงินแก่ผู้อยู่อาศัยในเขตอำนาจศาลบางแห่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: สหรัฐอเมริกา, สหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร, อิสราเอล, สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน, เมียนมาร์

ธุรกรรมการชำระเงินได้รับการจัดการโดย HDC Technologies Ltd.; Registration No. HE 370778; Legal address: Arch. Makariou III & Vyronos, P. Lordos Center, Block B, Office 203, Limassol, Cyprus ที่อยู่เพิ่มเติม: Office 267, Irene Court, Corner Rigenas and 28th October street, Agia Triada, 3035, Limassol, Cyprus

เบอร์ติดต่อ: +357 22 010970 เบอร์ติดต่อเพิ่มเติม: +501 611 0594

สำหรับความร่วมมือ กรุณาติดต่อเราผ่าน [email protected]

คำเตือนเรื่องความเสี่ยง: ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการซื้อขาย คุณควรเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตลาดสกุลเงินและการซื้อขายโดยใช้มาร์จิ้นอย่างถ่องแท้ และคุณควรตระหนักถึงระดับประสบการณ์ของตนเอง

การคัดลอก การทำสำเนา การเผยแพร่ รวมถึงแหล่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตของเนื้อหาใดๆ จากเว็บไซต์นี้สามารถดำเนินการได้เฉพาะเมื่อได้รับการอนุญาตที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การชี้แนะ หรือการชักชวนให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการลงทุนใด ๆ ทั้งสิ้น